ลักษณะการประกอบธุรกิจ

ธุรกิจก่อสร้างและบริหารทางพิเศษ

บริษัทเป็นผู้รับสัมปทานในการก่อสร้างและบริหารทางพิเศษคือ (1) ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) ภายใต้สัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 กับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ("กทพ.") โดยมีระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2533 และทางพิเศษส่วนต่อขยายโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วนดี ภายใต้สัญญาเพื่อการต่อขยายโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ส่วนดี) กับ กทพ. โดยมีระยะเวลา 30 ปี นับตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2540 (2) ทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ภายใต้สัญญาสัมปทานการลงทุนออกแบบก่อสร้างบริหารจัดการให้บริการและบำรุงรักษาโครงการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานครกับ กทพ. โดยมีระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี นับตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2555 และ (3) ทางพิเศษอุดรรัถยา (ทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด)โดยดำเนินการผ่านบริษัทย่อย คือ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ("NECL") ภายใต้สัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด กับ กทพ. ระยะเวลา 30 ปี นับตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2539

ธุรกิจบริหารจัดการโครงการระบบขนส่งมวลชนด้วยรถไฟฟ้า

บริษัทเป็นผู้รับสัมปทานการให้บริการการเดินรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนจำนวน 2 โครงการจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ("รฟม.") ได้แก่ (1) โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีนํ้าเงิน) (สถานี หัวลำโพง-สถานีบางซื่อ) ("โครงการรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงิน") โดยบริษัทมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ในการจัดเก็บรายได้ ค่าโดยสาร รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมและการพัฒนาเชิงพาณิชย์ ซึ่งรวมถึงการโฆษณา การให้เช่าพื้นที่ในโครงการ และธุรกิจให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมภายในสถานีและภายในขบวนรถไฟฟ้า เป็นระยะเวลา 25 ปี ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2547 และ (2) โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ (สถานีคลองบางไผ่-สถานีเตาปูน)("โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง") สัญญาที่ 4 สัมปทานสำหรับการลงทุน การจัดหาระบบรถไฟฟ้า การให้บริการการเดินรถไฟฟ้า และซ่อมบำรุงรักษา ซึ่ง รฟม. เป็นผู้ลงทุนค่างานโยธาทั้งหมด และบริษัทเป็นผู้ลงทุนค่างานระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า รวมทั้งให้บริการการเดินรถไฟฟ้า และซ่อมบำรุงรักษาตามมาตรฐานการให้บริการที่กำหนดไว้ โดย รฟม. เป็นผู้มีสิทธิในรายได้ค่าโดยสาร และรายได้เชิงพาณิชย์จากการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานทางโยธาและระบบรถไฟฟ้าทั้งหมด และ รฟม. จะจ่ายคืนบริษัทในลักษณะค่าจ้างบริหารการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงรักษา และค่าอุปกรณ์งานระบบ ตลอดอายุสัมปทาน 30 ปี นับจากวันที่ลงนามในสัญญา และนอกจากนี้ บริษัทได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ (สถานีเตาปูน-สถานีบางซื่อโดยไม่รวมสถานี) สัญญาที่ 5 สัญญาสัมปทานสำหรับการลงทุน การจัดหาระบบรถไฟฟ้า การให้บริการ การเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2557 ซึ่งให้ดำเนินการตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 ("พรบ.ร่วมทุน") โดยการเจรจาตรงกับบริษัท (เดิมคือ BMCL) โดยบริษัทจะมีหน้าที่ออกแบบ จัดหา ติดตั้ง ทดสอบการทำงานของอุปกรณ์งานระบบรถไฟฟ้า และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งการทดลองเดินรถไฟฟ้าเพื่อให้บริการแก่สาธารณชน จนสามารถเริ่มการให้บริการการเดินรถไฟฟ้าแบบต่อเนื่องกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงินได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ตลอดจนจัดหาเงินทุนทั้งหมดเพื่อดำเนินโครงการระยะที่ 1 ของสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ 5 โดยต้องดำเนินการตามขอบเขตงานระยะที่ 1 ให้แล้วเสร็จภายใน 15 เดือน และตามขอบเขตงานระยะที่ 2 งานให้บริการการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงรักษา เป็นระยะเวลา 12 เดือน นับจากวันที่เริ่มเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงตามสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ 5 ทั้งนี้ ปัจจุบัน ร่างสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ 5 ดังกล่าว อยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนระยะเวลาของสัญญาเพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีต่อไป

ธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์

บริษัทและบริษัทย่อย คือ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด ("BMN") เป็นผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงินในการ 1) จัดหาและ/หรือจัดทำสื่อโฆษณารูปแบบต่างๆ ในรถไฟฟ้าและในสถานีรถไฟฟ้า 2) ให้เช่าพื้นที่ร้านค้าในสถานีรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงินและพื้นที่ชั้นใต้ดินของอาคารจอดแล้วจรที่สถานีลาดพร้าว และ 3) ให้บริการและดูแลรักษาอุปกรณ์ระบบสื่อสารโทรคมนาคมภายในสถานีรถไฟฟ้า นอกจากนี้ สำหรับในส่วนของทางพิเศษนั้น บริษัทและบริษัทย่อย คือ NECL ได้ให้บริษัทเอกชนและบุคคลเช่าพื้นที่เพื่อดำเนินการในเชิงพาณิชย์เพื่อติดตั้งป้ายรายงานสภาพจราจรและป้ายโฆษณาในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งให้เช่าพื้นที่ร้านค้าบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง และการดำเนินธุรกิจอื่นๆ เช่น ใช้พื้นที่ในเขตทางพิเศษเพื่อติดตั้งระบบกระจายสัญญาณ 3G เป็นต้น

การลงทุนในบริษัทอื่น

บริษัทมีเงินลงทุนอยู่ในบริษัท ซึ่งประกอบธุรกิจสาธารณูปโภค ดังนี้ (1) บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ("CKP") ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่างๆ (2) บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) ("TTW") เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายนํ้าประปาให้กับการประปาส่วนภูมิภาคและลงทุนในบริษัท ซึ่งประกอบธุรกิจสาธารณูปโภคอื่น และ (3) บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ("XPCL") ดำเนินธุรกิจหลักเป็นผู้ก่อสร้างและดำเนินโครงการไฟฟ้าพลังนํ้าไซยะบุรี ซึ่งตั้งอยู่บนแม่นํ้าโขง มีกำลังผลิตติดตั้งทั้งสิ้น 1,285 เมกะวัตต์